ตอบข้อสงสัยโรงเรียนไปรษณีย์
ประกาศ,  เรื่องต้องรู้

40 คำถาม เกี่ยวกับโรงเรียนการไปรษณีย์ ที่เดียวจบ หายสงสัยแน่!

สวัสดีจ้า น้องๆที่น่ารักของพี่ไหมทุกคน ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วเนอะสำหรับการรับสมัครสอบเข้าโรงเรียนการไปรษณีย์ ประจำปี 2561 นี้!

 

 

ซึ่งจะมีกำหนดการรับสมัครประมาณช่วงปลายเดือน เมษายน และ จะมีการสอบจริงในช่วงกลางเดือน มิถุนายน ของทุกปี! แล้วนับดูดีๆ นะลูก อีกไม่กี่วันก็เปิดรับสมัครแล้วนะหนูๆ เตรียมตัวกันพร้อมรึยังเนี่ย?

 

นักเรียนไปรษณีีย์
นักเรียนไปรษณีีย์

 

งั้นเอางี้มะ เพื่อความพร้อมของน้องๆ ทุกคน พี่ไหมขอยกคำถามเกี่ยวกับโรงเรียนการไปรษณีย์ และ การสอบทั้งหมด ที่มีน้องๆ ถามกันเข้ามาเยอะที่สุด มาตอบเป็นข้อๆ แบบละเอียดยิบๆ และ กระจ่างที่สุดกันเลยดีกว่า..

1.  โรงเรียนการไปรษณีย์คืออะไร ?

ตอบ :  ถ้าให้ตอบแบบเป็นทางการก็คือ เป็นสถาบันวิชาชีพเฉพาะในความควบคุมของฝ่ายพัฒนาบุคลากร  บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อผลิตบุคลากรทางด้านงานไปรษณีย์โดยเฉพาะ ในอดีตตั้งอยู่ที่ไปรษณียาคาร ต่อมาได้มีการย้ายสถานที่หลายครั้ง จนกระทั่งย้ายมาอยู่ข้างศูนย์ฝึกอบรม หลังที่ทำการไปรษณีย์หลักสี่ในปัจจุบันนั่นเองค่ะเด็กๆ ถ้าอยากอ่านเต็มๆ เกี่ยวกับโรงเรียนไปรษณีย์ เข้าไปอ่านได้ที่บทความ โรงเรียนไปรษณีย์ คืออะไร? คลิก

2.  โรงเรียนการไปรษณีย์ตั้งอยู่ที่ไหน ?

ตอบ :  ปัจจุบันโรงเรียนการไปรษณีย์ ตั้งอยู่ที่ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 10210  โดยอาคารโรงเรียนตั้งอยู่หลังที่ทำการไปรษณีย์หลักสี่  (ใครอยากแอบไปดูลาดเลาโรงเรียนของเราในอนาคต ก็ลองไปแอบดูก่อนได้นะ อิอิ )

3.  คุณสมบัติของผู้สมัครเพื่อสอบเข้าเรียน มีอะไรบ้าง ?

ตอบ :   หลักๆ จะมีอยู่ 3 ข้อจ้า คือ
–  ต้องจบปลาย สายสามัญ เกรดเฉลี่ย 6 เทอมต้องไม่ต่ำกว่า 2.50
–  มีอายุตั้งแต่ 17-25 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันปิดรับสมัครสอบ
–  เพศชายต้องผ่านการเรียน รด. ชั้นปีที่ 3 หรือผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้วเท่านั้น

4.  ผู้ชายที่ไม่ได้เรียน รด. มาสมัครได้หรือเปล่า?

ตอบ :   เดี๋ยวปั๊ดจะตี!! ขุ่นพี่เพิ่งบอกอยู่ข้างบนว่าไม่ได้น้า  ไม่ได้นะคะคนดี.. ถ้าหากน้องไม่ได้เรียน รด. มา ก็ต้องผ่านการเกณฑ์ทหารมาแล้วเท่านั้น ( มาสมัครหลังเกณฑ์แล้ว ก็ยังไม่สายนี่นา เพราะเค้ารับถึงอายุ 25 เลย)

5.  ใช้วุฒิ ปวช. สมัครได้หรือไม่ ?

ตอบ : ไม่ได้จ้ะ รับเฉพาะวุฒิ ม. ปลายสายสามัญ หรือ เทียบเท่าในสายสามัญ ก็คือ กศน. ม.6 เท่านั้นค่ะ บางคนอาจจะบอกว่า ปวช. ก็เทียบเท่า ม.6 นี่นา ทำไมไม่ได้? นั่นก็เพราะ ปวช.เป็นสายวิชาชีพจ้า ไม่ใช่สายสามัญเนอะ (ปวส.ก็ไม่ได้เหมือนกันนะจ๊ะ)

6.  แต่ละปี คนสอบเข้าโรงเรียนเยอะไหม?

ตอบ : เยอะมากค่ะ ราวๆ 10,000 คนขึ้นไปต่อปี และ ในแต่ละปีจำนวนรับจะอยู่ที่ 100 กว่าคน ถึง 200 คน! ( เพราะฉะนั้น ต้องเตรียมตัวมาให้ดีๆ หรือให้พี่ไหมช่วยติว รับรองหนูได้เรียนที่นี่สมใจหมาย แน่นวล!! ^^) ซึ่งอาจจะมองว่ายาก แต่ถ้ามองไปถึงความมั่นคงในอนาคต ก็คุ้มที่จะทุ่มเทมากๆ

7.  จบออกมาแล้ว จะได้บรรจุเลยหรือไม่ อย่างไร ?

ตอบ :  จบออกมาแล้วก็จะได้บรรจุเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจระดับ 2  ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เลยค่ะ  ซึ่งอยู่ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวง ICT เดิม) ด้วยนะรู้ยัง? ส่วนการเป็นบรรจุเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจคืออะไร ดียังไง? อ่านได้ในบทความถัดๆ ไป หรือถาม google ดูเลยก็ได้จ้า^^

8.  ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง วิชาละกี่ข้อ ?

ตอบ :   การสอบของน้องๆ จะต้องสอบทั้งหมด 2 รอบ คือ รอบสอบข้อเขียน และ รอบสัมภาษณ์ โดยการสอบข้อเขียนจะเป็นแบบปรนัย (เลือกคำตอบ หรือแบบ กากากบาทนั่นล่ะ ทุกวิชา ไม่มีเขียนตอบนะ) มี 5 วิชา คือ สอบคณิตศาสตร์, ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ, คอมพิวเตอร์เบื้องต้น วิชาละ 50 ข้อ และ ทดสอบทัศนคติ 100 ข้อจ้ะ (อ้างอิงตามข้อสอบจริงล่าสุดปี 2560)

9.  หลักสูตรของโรงเรียนการไปรษณีย์ เป็นอย่างไร?

ตอบ :   หลักสูตรของโรงเรียนการไปรษณีย์ ปัจจุบันจะแบ่งเป็นภาคทฤษฎี และ ภาคปฏิบัติ โดยภาคทฤษฎีจะเรียนวิชาที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงานไปรษณีย์ เช่น วิชารับฝากไปรษณีย์ วิชาส่งต่อไปรษณีย์ วิชานำจ่ายไปรษณีย์ วิชาการตลาด วิชาคอมพิวเตอร์ วิชาบัญชีภาษีอากร วิชากฎหมายแรงงาน เป็นต้น ส่วนภาคปฏิบัติจะให้ออกฝึกงานจริง ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่กำหนดไว้จ้า ( แค่คิดก็ตื่นเต้นล้ะ อยากจะกรี๊ดดดดดด )

10.  เปิดรับสมัครเมื่อไหร่ และ รับจำนวนทั้งหมดกี่คน?

ตอบ :  ปีนี้เปิดรับสมัครวันที่ 18 เมษายน – 5 พฤษภาคม 2561 จำนวนที่รับในแต่ละปีไม่เท่ากันแต่จะอยู่ที่ประมาณ 100-200 คนในแต่ละปี ( อย่ายอมแพ้ เราทำได้ และพี่ไหมจะช่วยน้องๆเองเชื่อพี่!! )

11. เสียค่าสมัครสอบหรือไม่  ค่าสมัครสอบเท่าไหร่?

ตอบ : เสียนะจ๊ะหนูๆ จำนวน 300 บาทถ้วนจ้า

12.  จบ กศน. สมัครได้ไหม?

ตอบ : ได้ค่ะลูก ไม่มีปัญหา! แต่ต้องเป็น กศน. ม.6 นะ (ไม่ใช่เอา กศน. ม.3 มานะจ๊ะคนดี)

13.  สถานที่สอบ ?

ตอบ : ปีล่าสุดสอบที่มหาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตจ๊ะ ( ไปศูนย์ท่าพระจันทร์ก็ไม่เจอใครนะ บอกก่อน ) ซึ่งจะแจ้งในประกาศรับสมัครสอบทุกครั้ง หากมีการเปลี่ยนแปลงพี่จะแจ้งให้ทราบด้วยจ้า^^

14. การแต่งกาย ในการเข้าห้องสอบ?

ตอบ : ปีล่าสุดคือ ใส่เสื้อสีขาวคอกลม กางเกงพละขายาวสีเข้ม ( ใครไม่มีก็ยืมน้องข้างบ้านมา)

15.  ประกาศผลสอบเมื่อไหร่?

ตอบ :  ประกาศผลผู้สอบผ่านช่วงเดือน กรกฎาคม รวมถึงตัวสำรองด้วยจ้า จากนั้นทางโรงเรียนก็จะเรียกสัมภาษณ์อีกครั้ง เพื่อคัดตัวสำรองออก เพื่อให้ได้จำนวนนักเรียนตามจำนวนที่ทางโรงเรียนกำหนดไว้

16. รอบสอบสัมภาษณ์ยากไหม กลัวตอบไม่ได้ ?

ตอบ : จริงๆ ถ้าผ่านข้อเขียนมาได้ บอกเลยรอบสัมภาษณ์เหมือนมานั่งคุยเล่นดีๆ นี่เอง กรรมการจะถามเรื่องทั่วไปล้วนๆ แค่ตอบให้เป็นตัวเองที่สุด อย่าเกร็ง! รับรองผ่านฉลุยโลดดดดดด แต่ถ้าใครยังมีความกังวลอยู่ ลองอ่านบทความการเตรียมตัวสอบสัมภาษณ์นักเรียนไปรษณีย์ได้ในบทความต่อๆ ไปจ้า^^

17. ช่วงเวลาเปิดเทอม ปิดเทอม และ เวลาเรียน ?

ตอบ :  หลังจากผ่านรอบการสอบข้อเขียน และ รอบสัมภาษณ์แล้ว ก็จะมีการมอบตัว และ จะมีการเข้าค่ายปฐมนิเทศนักเรียนใหม่ที่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ. นครนายก ในช่วงปลายเดือน กันยายน และเริ่มเรียนจริงๆจังๆตอนต้นเดือนตุลาคม นะจ๊ะเด็กๆ ระยะเวลาเรียนในโรงเรียนคือ 1 ปีเต็มจ้า

18. เวลาเรียน เหมือนโรงเรียนมัธยมทั่วไปหรือไม่?

ตอบ : เกือบเหมือนทั้งหมดจ้า คือ เรียนวันจันทร์ – ศุกร์ เวลาเข้าเรียนคือ 08.20 น.  เวลาเลิกคือ 16.00 น.

19.  เรียนวิชาอะไรบ้าง?

ตอบ : ขอตอบว่า แบ่งออกเป็นใหญ่ๆ 8 ภาควิชาต่อไปนี้ คือ
1. ภาควิชาการไปรษณีย์ และ บริการการเงิน
2. ภาควิชาการตลาด (ลูกค้าสัมพันธ์ แบรนด์ CSR สื่อสารการตลาด ฯลฯ)
3. ภาควิชาการเงิน และ บัญชี (ภาษี บริหารการเงิน ฯลฯ)
4. ภาควิชาคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
5. ภาควิชาการจัดการ (บริหารความเสี่ยง จัดการองค์การ การกำกับดูแลฯ ฯลฯ)
6. ภาควิชากฎหมาย
7. ภาควิชาทั่วไป  ( เช่น พิมพ์ดีด พละ และ กิจกรรมต่างๆ ฯลฯ)
8. ภาควิชาภาษาอังกฤษ

20. เรียนยากไหม?

ตอบ :  บอกเลยว่าไม่ยากค่ะ มีท่องจำซะส่วนใหญ่ แล้วก็มีสอบวัดผลเหมือนโรงเรียนทั่วไปนั่นแหละจ๊ะ

21. ไม่เก่งภาษาเรียนได้ไหม ? 

ตอบ :  เรียนได้ค่ะ อย่าได้กังวลไป เพราะ การเรียนภาษาอังกฤษก็เหมือนโรงเรียนทั่วๆไปเลยจ้า คนอื่นเค้าเรียนได้ เราก็เรียนได้ เข้าใจ๊!!! อิอิ

22. กิจกรรมระหว่างเรียนมีอะไรบ้าง เหมือนโรงเรียนทั่วไปไหม?

ตอบ : ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงมาก เพราะ มีทั้งกิจกรรมไหว้ครู , กีฬาสี , กีฬารัฐวิสาหกิจ , กีฬาโรงเรียนรัฐวิสาหกิจ และอีกหลายกิจกรรม ( น่าสนุกมากเลยถูกมะ ฉะนั้นหนูต้องสอบให้ติดนะ )

23. เครื่องแบบของนักเรียนเป็นอย่างไร?

ตอบ : แบ่งออกเป็น 3 ชุด ได้แก่ ชุดปกติแขนยาว / ชุดปกติแขนสั้น / ชุดพละหรือชุุดกิจกรรม โดยวันจันทร์จะใส่ชุดปกติแขนยาว ส่วนวันอื่นๆจะใส่ชุดปกติแขนสั้น ผู้หญิงใส่กางเกง คอซอง และ รวบผมด้วยเน็ตคลุมผม และ ที่สำคัญที่สุด.. หน้าสดนะลูกสาว โนวเมคอัพอย่างเด็ดขาด! ส่วนชุดพละก็นำมาเปลี่ยนในคาบเรียน ซึ่งชุดเครื่องแบบนี้โรงเรียนจะตัดให้เรารายบุคคลโดยคิดรวมไปในค่าเทอมแล้วจ้า

24.  เรียนห้องละกี่คน แออัดมากไหม ? 

ตอบ : ไม่แออัดแน่นอน น้อยจนลงไปนอนได้ ( แซวนะแซว)  เพราะ ห้องละประมาณ 20-28 คนเท่านั้น แต่ก็ต้องแล้วแต่จำนวนนักเรียนในแต่ละปีด้วยเช่นกัน แถมเรียนห้องแอร์ด้วยนะ อย่างหนาวเลยจ้าา อันนี้คือประสบการณ์ตรงเลย 555

25.  ค่าเทอมเท่าไหร่ แพงรึเปล่า?

ตอบ :  จริงๆแล้ว แพง หรือ ไม่แพงก็แล้วแต่คนมองอีกอ่ะแหละ แต่โดยรวมอยู่ที่ประมาณ 18,000 บาท เงินจำนวนนี้ คือรวมทุกอย่างแล้วน้า ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกาย 5 ชุดเอย ตำราเรียนเอย กระเป๋าเอย รองเท้าเอย รวมค่าบำรุงการศึกษาไปแล้วอีก นี่พูดจริงๆนะคะ หนูๆจะได้ทั้งหมดนี้ในจำนวนเงิน 18,000 บาท และ ไม่ต้องเสียค่าอะไรอีกแล้ว เรียนไปเลยทั้งปี!

26.  กู้ กยศ. มาเรียนได้หรือไม่?

ตอบ : ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้!  แต่พี่ไหมพูดเลยนะคะว่าค่าเทอม 18,000 บาทนี้ ถือว่าคุ้มเกินคุ้มมว๊ากกกกกก หลักสูตรก็ปังขนาดนั้น สังคมก็ดีขนาดนี้ แถมจ่ายรอบเดียว ไม่มีค่าอะไรจุกจิกกวนใจเราอีกแล้วนะ ( เริ่ดมะล่ะ? )

27. ใช้เวลาเรียนกี่ปี จึงจะจบ?

ตอบ : 1ปี เท่านั้น! ค่ะ ฟังไม่ผิดค่ะ เรียนแค่ 1 ปี คือ เรียนประมาณปลายเดือน ก.ย. ไปจบปลายเดือน ก.ย.ของปีหน้า แล้วบรรจุ 1 ต.ค. เลย!  ( เอาเด้ มีใครให้เร็วกว่านี้ไหม พูด!! )

28.   หากบรรจุแล้ว เงินเดือนเท่าไหร่ มีการปรับขึ้นเงินเดือนอย่างไร ?

ตอบ :  หลังจากที่จบ พอบรรจุปุ๊บ เริ่มต้นเงินเดือนจะอยู่ที่ 11,350 บาท+ ค่าครองชีพ 1,935 บาท รวมเป็น 13,285 บาท  และ ในปีต่อๆไปก็จะได้ปรับขึ้นตามโครงสร้างเงินเดือนรัฐวิสาหกิจ 58 ขั้น นั่นเอง

29.  แต่ละครั้งที่จะได้ขึ้นเงินเดือน จะได้ขึ้นประมาณเท่าไหร่?

ตอบ : เงินเดือนจะขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุงานนั่นแหละเนอะ  ระดับเริ่มต้น ก็ขึ้นทีละเกือบๆ 500 ไปเรื่อยๆ มีการให้ขั้นพิเศษแบบราชการอีก แรกๆ อาจดูน้อย แต่พอระดับเราเริ่มสูงขึ้น เงินเดือนขึ้นครั้งละ 3,000 – 4,000 พันบาทก็มีจ๊ะ

30.  การบรรจุเข้าทำงาน สามารถเลือกภาค หรือ จังหวัดที่จะลงได้ไหม?  ใช้เกณฑ์อะไรในการบรรจุ ?

ตอบ :  เลือกได้ค่ะ แต่! ตอนเรียนเราต้องตั้งใจเรียนให้มาก เพราะ พอเรียนจบ เค้าจะเอาคะแนนมารวมกัน และ จัดลำดับจากนักเรียนที่มีคะแนนสูงไปต่ำ ใครอยู่อันดับต้นๆก็จะได้เลือกก่อนเลยว่าจะบรรจุที่ไหน แต่ก็ไม่ใช่เลือกได้ทุกที่นะ เลือกได้เฉพาะที่มีอัตราว่างในปีนั้นๆ เท่านั้นจ้า ซึ่งทางโรงเรียนจะเอารายชื่อมาให้เราเลือกเลย

31. สวัสดิการหลังจากได้บรรจุ มีอะไรบ้าง?

ตอบ :  บอกเลยว่าคำถามนี้ทีเด็ด! เพราะ สวัสดิการของเรานั้นดีมาก มากถึงมากที่สุด! ข้าราชการได้อะไร เราก็ได้เหมือนเค้าแทบทั้งหมด เช่น  เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทั้งตนเอง ครอบครัว บิดามารดา หรือ ค่าเล่าเรียนบุตรก็สามารถเบิกได้ ไหนจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสะสม 9-11% ตามอายุงานอีก ส่วนเงินเดือนขึ้นตามอายุงาน ยิ่งอายุเยอะ ยิ่งมีเงินเหลือกินเหลือใช้! แถมถ้าอยากมีเงินลงทุน ก็มีสหกรณ์ออมทรัพย์ให้กู้เงินได้สูง และเสียดอกเบี้ยต่ำมากอีก!!

32.  เราสามารถทำงานได้เรื่อย ๆ จนแก่ จนเกษียณเลยใช่ไหม?

ตอบ :  ถูกต้องที่สุดจ๊ะ ทำได้ไปจนกว่าจะเกษียณ แถมเงินเดือนก็มากขึ้นตามอายุงานอีกด้วยนะ ( ดีกว่างานเอกชนที่เห็นได้ชัดก็ตรงนี้แหละ เพราะ ถ้าเราทำงานเอกชน พอเราเริ่มมีอายุหน่อยเค้าก็เตรียมเอาเราออกแล้ว แต่พอเป็นรัฐวิสาหกิจ ยิ่งแก่ยิ่งมั่นคงพูดเลย )

33.  จบจากโรงเรียนไปรษณีย์ เงินเดือนจะไปตันอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่?

ตอบ : พี่ไหมแอบกลัวคำว่าตันของคำถามนี้จริงๆ 5555555 งั้นขอตอบว่า จะไปตันอยู่ที่ระดับ 7-8 โดยเงินเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นกลางๆ ถึงเกือบ แสน ! ( บอกแล้วว่ายิ่งแก่ ยิ่งมั่นคง อิอิ )

34. ทำงานกี่ปี จึงจะมีสิทธิ์ย้าย ?

ตอบ : 2 ปีขึ้นไปจ้า

35.  มีหอพักใน สำหรับนักเรียนหรือไม่ ?

ตอบ : ไม่มีจ้ะ ถ้าไม่อยากไปกลับ หรือ บ้านไกล ก็ต้องเช่าหออยู่เอง แต่ก็มีหอพักมากมายแถวโรงเรียนนะคะเด็กๆ  ( ถ้าจ่ายคนเดียวไม่ไหว ก็ลองถามเพื่อนแล้วมาแชร์ค่าห้องกันก็ดีนะ )

36.  จบปริญญาตรีมาแล้ว ปรับวุฒิแรกบรรจุ และ เงินเดือน ในขั้นปริญญาตรี เลยหรือเปล่า ?

ตอบ :  ไม่จ้า ม่ายยยยยยย! ทุกคนจบมาบรรจุในวุฒิเดียวกันคือวุฒิ คปท. [ย่อมาจาก ค. คมนาคม (เมื่อก่อนเราสังกัดกระทรวงนี้) ป. ไปรษณีย์ และ ท. โทรเลข] วุฒินี้สูงกว่า ม.ปลาย แต่ต่ำกว่า ปวส. แต่มีความสำคัญในการโปรโมทตำแหน่งในไปรษณีย์น้า ส่วนคนที่จบ ป. ตรี/โท มาแล้วก็สามารถยื่นเพิ่มเติมวุฒิการศึกษาไว้ในประวัติ สำหรับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งต่างๆ ในอนาคตได้จ้า อย่าได้น้อยเนื้อต่ำใจไป๊!

37.  ทำงานจริง เครียดไหม งานยากไหม กดดันไหม?

ตอบ : งานไม่เครียดเลยค่ะ ออกไปทางสบายด้วยซ้ำ หากเทียบกันงานสายอื่นๆ เป็นลักษณะงานแบบ routine พูดง่ายๆก็คือ งานแบบเดิมที่ทำทุกๆวัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ่อยๆให้น่าปวดหัว

38.  ภาคสมทบ คืออะไร?

ตอบ :  ภาคสมทบก็คือ คนที่ทำงานอยู่ในไปรษณีย์อยู่แล้ว แต่มาเรียนเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความก้าวหน้า ในวันเสาร์ – อาทิตย์ เช่น จากลูกจ้างประจำ เมื่อจบหลักสูตรภาคสมทบก็จะได้ปรับตำแหน่งเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ระดับ 2

39.  โรงเรียนไปรษณีย์ดีจริงไหม?

ตอบ : ขอตอบแบบไม่คิดเลยค่ะว่าดี!  ตอบคำถามมาย๊าวยาวขนาดนี้ คงไม่ต้องให้พี่ไหมการันตีอีกรอบเนอะ ว่ามันดีงามขนาดไหน อิอิ

40.  ต้องเรียนเพื่อติวเข้าโรงเรียนไหม หรือ มีหนังสืออะไรแนะนำบ้าง?

ตอบ :  จริงๆ ถ้าเรียนเก่งอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากค่ะ แต่ถ้าอยากได้แบบจริงจัง แบบว่าพื้นฐานอ่อน ก็ไม่ต้องมองไปไหนไกล ก็พี่ไหมนี่แหละ^^ สามารถช่วยติวให้น้องๆ สอบติดเข้าไปเรียนไปรษณีย์ได้ หรืออยากได้แค่แนวข้อสอบไปทำเอง ก็มีจำหน่ายจ้า อิงตามแนวข้อสอบจริง และอัพเดตล่าสุดสำหรับเตรียมสอบปี 2561 เลย เข้าไปดูรายละเอียดก่อนได้ที่นี่ น้องๆ หนูๆ คนไหนสนใจสอบถามพี่ไหมได้ในแชทเลยจ้า

 

 

ถ้าหากมีน้องๆคนไหน สงสัยอะไรเพิ่มเติม ที่ไม่มีในนี้ สามารถสอบถามกันเข้ามาได้เล๊ยยยยยย แล้วก็อย่าลืมอ่านหนังสือ และ เตรียมตัวสอบกันด้วยนะ อย่ามัวแต่เล่นเพลินนะลูก การสอบใกล้เข้ามาแล้ว! สุดท้ายพี่ไหมขอให้น้องๆทุกคนโชคดี และ สอบติดกันทู๊กกกกกคน รักน้าเด็กๆของพี่ <3

 

…พี่ไหม ไปรษณีย์…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *